88waxclub สั่งซื้อครีมแว็ก นัดคิว T. 08-6366-7529, 08-7559-1859, Line ID: 88waxclub

ให้ตายเถอะ!!! ทาแป้งตรงนั้น แล้วเสี่ยงมะเร็งจริงรึเปล่า?

By ร้านแว็กซ์ขน 88 แว็กคลับ on 22 September 2017 in Tips and Trick
0

 

เป็นเรื่องที่ฮือฮากันทีเดียวกับกรณีที่มีข่าว มีคนฟ้องบริษัทแป้งเพราะเป็นมะเร็งที่อวัยวะเพศ ที่มีสาเหตุมาจากแป้งที่ใช้ และชนะคดีด้วยนะคะ (อ้างอิงเนื้อหาข่าว : เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า คณะลูกขุนประจำรัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา ได้พิพากษาให้บริษัทผู้ผลิตแป้งเด็กยี่ห้อดังรายหนึ่ง จ่ายค่าเสียหาย 72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,500 ล้านบาท ให้กับครอบครัวของนางแจ็คเกอรีน ฟอกซ์ (Jacqueline Fox) ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งรังไข่ หลังเธอใช้แป้งฝุ่นทาบริเวณอวัยวะเพศมานานหลายปี)

 

มีข้อถกเถียงกันมายาวนานกับประเด็นแป้งฝุ่นทำให้เป็นมะเร็งหรือไม่ โดยเฉพาะหากใช้แป้งเด็กทาบริเวณจุดซ่อนเร้น ที่มีความบอบบาง ความเสี่ยงโรคมะเร็งรังไข่อาจถามหาได้ ข้อมูลนี้เป็นเช่นไร เราจะมาไขข้อข้องใจไปพร้อมๆ กันนะคะ

 

ส่วนประกอบของแป้งฝุ่นนั้น มีส่วนประกอบหลักคือทัลค์ (Talc) หรือทัลคัม (Talcum) ซึ่งเป็นสารอนินทรีย์ มีชื่อทางเคมีคือไฮดรัส แมกนีเซียมซิลิเกต ซึ่งเป็นธาตุธรรมชาติที่มีคุณสมบัติทนความร้อน ดูดซับความชื้น ทำให้ผิวสัมผัสแห้ง เนียน ลื่น นั่นเอง ทีนี้สารทัลค์จึงนิยมนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรมการผลิต ทั้งในกระบวนการผลิตสี สารหล่อลื่น เซรามิกกันไฟ แก้ว ผลิตภัณฑ์ขัดล้างทำความสะอาด กระดาษ ยาง ยา และเครื่องสำอาง

และจริง ๆ แล้วจากการศึกษาในปัจจุบันก็ทำให้เราได้ทราบว่า ทัลค์ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อสัตว์ทดลอง ไม่มีฤทธิ์ก่อการกลายพันธุ์ และไม่ใช่สารก่อมะเร็ง แต่ตัวแร่ใยหินที่ปนเปื้อนมาในทัลค์นี่แหละที่เป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งในการใช้ทัลค์ผลิตเครื่องสำอางทุกชนิดนั้น จะต้องเป็นทัลค์ที่มีความบริสุทธิ์สูง ผ่านการบดและคัดแยกขนาดเล็กมากสุดสุด จนไม่มีอนุภาคแข็ง ไม่มีสิ่งแปลกปลอมที่สามารถมองเห็นได้ และที่สำคัญที่สุด ต้องไม่พบแร่ใยหิน ที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างกระบวนการผลิตทัลค์จากแหล่งหินในตามธรรมชาติ

 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และกระทรวงสาธารณสุขก็ได้เฝ้าระวังความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์แป้งและเครื่องสำอาง ที่มีส่วนผสมของทัลค์อย่างใกล้ชิด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้แร่ใยหินเป็นวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง และจากการตรวจสอบตัวอย่าง 40 ตัวอย่าง เมื่อปี พ.ศ. 2552-2553 และตรวจสอบอีก 73 ตัวอย่างในช่วงปี พ.ศ. 2557-2558 ไม่พบการปนเปื้อนแร่ใยหินในแป้งฝุ่นโรยตัวแต่อย่างใด

 

ทางอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้อธิบายว่า

“ทัลค์หรือไฮดรัส แมกนีเซียมซิลิเกต เป็นสารอนินทรีย์ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้ ดังนั้นหากนำไปทาจุดซ่อนเร้น แล้วเกิดการสะสมของทัลค์ในอวัยวะข้างในไปเรื่อย ๆ ก็อาจก่อให้เกิดการอักเสบ ระคายเคือง และในต่างประเทศก็มีรายงานว่าแป้งฝุ่นอาจเป็นเหตุให้เสี่ยงต่อมะเร็งรังไข่ได้”

 

ทว่าแม้จากการศึกษาในปัจจุบันนี้ โรคมะเร็งรังไข่เป็นโรคที่ยังหาสาเหตุได้ไม่แน่ชัด และสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยอีกด้วย ว่ากันตรงๆ แล้ว หากไม่อยากเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งรังไข่ สาวๆ ควรหลีกเลี่ยงการทาแป้งฝุ่นในบริเวณจุดซ่อนเร้น และอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็เตือนถึงการใช้แป้งฝุ่นโรยตัวเด็กโดยตรง ซึ่งอาจทำให้ละอองแป้งที่เป็นสารทัลค์เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของเด็กได้ หากสะสมอยู่ในปอด จะก่อให้เกิดอาการปอดอักเสบ ติดเชื้อ และเด็กบางคนอาจถึงแก่ชีวิตได้ ด้วยความที่ร่างกายเรานั้นไม่สามารถย่อยสลายสารทัลค์ได้ ก็อย่าให้แป้งฝุ่นหลุดรอดเข้าไปยังอวัยวะภายในของร่างกายได้โดยง่าย โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจและอวัยวะสืบพันธุ์ เพราะนั่นอาจจะก่อให้เกิดการสะสมและก่อความระคายเคืองให้กับร่างกาย รวมไปถึงปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ ได้อีก

สรุปว่าวิธีใช้แป้งฝุ่นอย่างถูกต้องนั้นก็ควรเทใส่มือในปริมาณน้อยๆ และลูบไล้ที่มือก่อนทาบางๆ บนตัว และไม่ควรโรยแป้งที่ตัวโดยตรง และที่สำคัญ คุณสาวๆ ไม่ควรโรยแป้งบริเวณจุดซ่อนเร้น จะได้ลดความเสี่ยงจากมะเร็งลงได้ค่ะ

ท้ายนี้อยากฝากไว้ถึงสาวๆ คลับคนรักผิวทุกนางว่า ใช้แป้งฝุ่นให้ถูกวิธีเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพที่ดีของเราเอง กันนะคะ

 

Comments